3 เรื่องเกี่ยวกับ ตี่จู้เอี๊ยะ มีในบ้านเสริมสิริมงคลให้กับครอบครัว

ตี่จู้เอี๊ยะ

การตั้ง ตี่จู้เอี๊ยะ ในบ้านนั้นคนไทยเชื้อสายจีนที่อยู่ในไทยนั้นนิยมตั้งกันเอาไว้กลางบ้านเพื่อที่จะเป็นสิริมงคลแก่บ้านนั้น เนื่องจากมีความเชื่อว่า เทพตี่จู้เอี๊ยะนั้นเป็นเทพที่อยู่ใกล้กับมนุษย์ที่สุด ซึ่งการตั้งศาลตี่จู้เอี๊ยะ มีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษชาวจีนกลุ่มแรก ๆ ที่เข้ามาในไทย

โดยได้มีการนำกระดาษแดงมาเขียนด้วยหมึกสีดำเป็นอักษรภาษาจีนว่า “ตีจู่ซิ่งอุ่ย” หมายถึง ที่สถิตของเทพเจ้า เพื่อให้เป็นที่สิงสถิตของเทพเจ้าและสื่อว่าบ้านหลังนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดูแลอยู่ จนค่อย ๆ เปลี่ยนมาสู่การตั้งศาล ตี่จู้เอี๊ยะ ในบ้านในปัจจุบัน

ประวัติของ “ตี่จู่เอี๊ยะ” ในประเทศไทย

การสร้างศาลขึ้นมาให้เทพเจ้าแห่งผืนดิน “ถู่ตี้กง” สถิตของชาวไทยเชื้อสายจีนนั้น มีตำนานมายาวนาน คาดว่านับ 1,000 ปี ชื่อของเทพเจ้าแห่งผืนดินนี้มีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปตามมณฑลที่กว้างขวางของประเทศจีน

ตำนานกำเนิดตี่จู่เอี๊ยะ

ตำนานเทพเจ้าถู่ตี้กง ความเชื่อของชาวจีนในอดีต ฮ่องเต้คือบุตรของพระเจ้า สามารถแต่งตั้งสถาปนาเทพได้ ในรัชสมัยฮ่องเต้พระองค์หนึ่งได้แต่งตั้งเทพเจ้าจากศาลบูชาฮกเต็กของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เป็นเทพโหวโท่ว หรือ ถู่ตี้กง มีความหมายว่าเทพเจ้าแห่งผืนดิน ตำนานของเทพองค์นี้ เป็นผู้ที่มีความกตัญญู ตามตำนานการกำเนิดตี่จู่เอี๊ยะ เล่าว่าหมู่บ้านแห่งหนึ่งมีพิธีกรรมไหว้เทพเจ้าด้วยการตั้งศาลฮงเต็ก ภายหลังหมู่บ้านแห่งนี้มีผู้ประสบความสำเร็จอย่างมากมาย ปลูกพืชผลงอกงามได้ผลผลิตดี ทำให้ศาลนี้มีชื่อเสียงไปทั่วทุกแคว้น เศรษฐี ขุนนาง ก็สร้างศาลเชิญเทพเจ้าองค์นี้ไปบูชากันทุก ๆ บ้าน จนทราบถึงฮ่องเต้องค์หนึ่ง เมื่อท่านสถาปนาเทพเจ้าถู่ตี้กง ก็มีคนเคารพนับถือกันมาก

ถู่ตี้กง เป็นเทพเจ้าที่เชื่อว่าเดินทางไปได้ทั้งบนสวรรค์ ฟ้า ดิน แม้ว่าท่านจะเป็นเทพที่อยู่ใกล้ชิดกับมนุษย์ แต่ก็ไม่ควรดูหมิ่นท่าน เชื่อว่าเทพและวิญญาณต่าง ๆ หากท่านไม่อนุญาตก็จะไม่ให้ใครเข้ามาในบ้านได้เลย รวมถึงคนในบ้านเองหากดูหมิ่นดูแคลน ก็จะทำมาหากินไม่ขึ้น

ตำนานถู่ตี้กงที่เชื่อว่ามีตัวตนจริง เป็นเรื่องที่เล่าต่อกันมาว่าท่านเกิดในรัชสมัยราชวงศ์จิว มีชื่อว่า “เตียเม่งเต็ก” เป็นผู้รับใช้ขุนนางผู้หนึ่ง เตียเม่งเต็กมีหน้าที่ดูแลขุนนางผู้นั้น ครั้งหนึ่งเมื่อนายถูกเรียกเข้ารับราชการที่วังหลวง เตียเม่งเต็ก มีหน้าที่แบกธิดาของขุนนางเพื่อตามมาทีหลัง ระหว่างทางเกิดพายุหิมะ เขาได้ถอดเสื้อสวมให้กับธิดาของขุนนางเพื่อให้เธอรอดปลอดภัยจากความหนาวเหน็บ เตียเม่งเต็กเสียชีวิตระหว่างทาง ภายหลังมีคนมาพบเห็นธิดาของขุนนางและช่วยชีวิตไว้ เธอซาบซึ้งในบุญคุณของเตียเม่งเต็ก จึงสร้างศาล “ฮกเต็ก” ไว้ในบ้าน เพื่อระลึกถึงความกตัญญูและความเสียสละต่อเจ้านาย

ชาวจีนที่นับถือศาลฮกเต็ก เมื่อเดินทางไปยังสถานที่ใด ก็จะจุดธูปกล่าวบูชา นำวัสดุที่พบมาตั้งเป็นศาล เช่น หิน 3-4 ก้อน มาสร้างเป็นศาลเล็ก ๆ แล้วจุดเทียน 1 คู่ จุดธูป 5 ดอก บอกกล่าวท่านเจ้าที่ว่าจะทำกินบนผืนดินนี้ ขอให้เพาะปลูกงอกงาม ภายหลังเมื่อค้าขายรุ่งเรืองแล้วก็สร้างศาลขึ้นในบ้านตามฐานะ เปลี่ยนวัสดุเป็นไม้ หิน หินอ่อน ตามความเหมาะสม

เมื่อชาวจีนอพยพไปอยู่ดินแดนต่าง ๆ ก็นำความเชื่อและศรัทธาของตนมาด้วย ความเชื่อเรื่องการตั้งศาลเจ้าที่ในชุมชนและในบ้านเรือนนั้น หากสร้างศาลเจ้าในบ้าน จะเรียกว่า “ตี่จู่เอี๊ยะ” คล้ายกับศาลเจ้าที่ในบ้านเรือนของคนไทย แต่หากเป็นศาลเจ้าที่ผู้คุ้มครองชุมชน จะเรียกศาลนี้ว่า ศาลถู่ตี้กง

 

วิธีเลือกตี่จู้เอี๊ยะในบ้าน

วัสดุที่ใช้ทำตี่จู่เอี๊ยะมีหลากหลายตั้งแต่ไม้, ปูน และหินอ่อน มีขนาดให้เลือกมากมาย ส่วนใหญ่จะมีขนาดตั้งแต่ 10 นิ้วขึ้นไป มีทั้งแบบสำเร็จรูป และแบบสั่งทำตามความต้องการของเจ้าของบ้าน มีทั้งแบบดั้งเดิม และแบบที่มีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับบ้านสมัยใหม่ เช่น แบบโมเดิร์น และมินิมอล แต่ส่วนมาก

ภายในศาลตี่จู้เอี๊ยะจะประกอบไปด้วยอักษรมงคล, ภาพสัตว์มงคล, โคมไฟ, หลอดไฟ และกระถางธูป

หลักการตั้งศาลตี่จู้เอี๊ยะในบ้าน

หลักการตั้งศาลตี่จู้เอี๊ยะในบ้านมีดังนี้

  1. ตี่จู้เอี๊ยะต้องตั้งให้ติดดินเพื่อให้เทพเจ้าได้รับพลังงานจากธาตุดิน
  2. ด้านหลังตี่จู้เอี๊ยะไม่ควรอยู่ติดกับประตู, บันได, ห้องน้ำ, ห้องครัว หรือเตาไฟ ควรพิงด้านใดด้านหนึ่งไว้ และไม่มีการเคลื่อนย้ายในอนาคต เพราะฉะนั้นจะต้องเลือกสถานที่ ที่จะตั้งนั้นให้ดี
  3. ด้านหน้าตี่จู้เอี๊ยะต้องเปิดโล่ง และมีแสงสว่างเพียงพอ เพื่อเปิดรับโชคลาภ ส่วนมากก็จะหันหน้าออกไปทางประตูหน้าบ้าน เพราะประตูหน้าบ้านนั้นจะนำสงเข้ามาได้มากมี่สุด อีกทั้งยังเป็นที่เปิดฌล่ง รับพลังงานได้ดีอีกด้วย
  4. ด้านบนตี่จู้เอี๊ยะต้องไม่มีคานบ้านหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นติดตั้งอยู่ เนื่องจากตี่จู้เอี๊ยะจะถูกลดทอนพลังลงไปนั้นเอง
  5. ด้านล่างตี่จู้เอี๊ยะต้องเป็นพื้นธรรมดาไม่มีฐานรอง อาจหาแผ่นเงิน แผ่นทอง หรือเพชรมาใส่ไว้ด้านล่างเพื่อช่วยเสริมพลัง

ข้อห้ามในการตั้งศาลตี่จู้เอี๊ยะในบ้าน

  1. ห้ามตั้งตู้ปลาไว้บนศาลตี่จู้แยะ
  2. ห้ามตั้งศาลพิงกับกำแพงห้องน้ำเป็นอันขาด
  3. ห้ามตั้งศาลใต้คานบ้านหรือคานตึก
  4. ห้ามวางสิ่งของบังหน้าศาล
  5. ห้ามตั้งศาลใต้บริเวณห้องน้ำชั้นที่ 2
  6. ด้านหลังของศาลไม่ควรมีสิ่งที่เคลื่อนไหวได้อยู่
  7. ห้ามตั้งศาลไว้ชิดกับบันไดบ้านมากเกินไป

 

วิธีตั้งศาลตี่จู่เอี๊ยะ

วิธีตั้งศาลตี่จู่เอี๊ยะหากไม่ใช้ซินแสเป็นผู้ทำพิธี เจ้าบ้านก็สามารถทำพิธีตั้งศาลได้ ดังนี้

  1. จัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับศาลตี่จู่เอี๊ยะ
  2. จัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับโต๊ะฟ้าดิน หรือโต๊ะไหว้หน้าบ้าน
  3. อาหารเซ่นไหว้ตี่จู่เอี๊ยะ

เจ้าบ้านหรือตัวแทน เป็นผู้นำพิธี ผู้เข้าร่วมพิธีเตรียมตัวชำระร่างกายให้สะอาด สวมเสื้อผ้าชุดใหม่ เปิดไฟทุกดวงในบ้าน เปิดประตูหน้าต่างทุกบาน ยกเว้นห้องน้ำ และห้ามพูดจาหยาบคายและห้ามทะเลาะกันในวันดีนี้

ขั้นตอนที่ 1 ไหว้โต๊ะฟ้าดิน

ผู้นำพิธี จุดเทียนสีแดง 1 คู่ จุดธูป 5 ดอก ตั้งจิตอธิษฐานต่อหน้าโต๊ะฟ้าดินว่า

“วันนี้วันที่ (วัน เดือน ปี พ.ศ.) ข้าพเจ้า (ชื่อ นามสกุล) เป็นเจ้าของ (บ้านเลขที่) ขออัญเชิญเทพยดาฟ้าดินมาเป็นสักขีและเป็นประธานในการทำพิธีตั้งตี่จู่เอี๊ยะ ขอให้องค์เทพยดาฟ้าดิน ช่วยนำองค์ตี่จู่เอี๊ยะที่ศักดิ์สิทธิ์และมีบารมีสูงส่งมาสถิตประทับในเคหสถานที่ได้จัดเตรียมไว้นี้ เพื่อปกปักรักษาคุ้มครองเจ้าของบ้านและสมาชิกทุกคนในบ้านให้มีสุขภาพพลามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ มั่งคั่ง ร่ำรวยและโชคดีตลอดไป”

หลังจากนั้นปักธูปในกระถางธูปโต๊ะไหว้ฟ้าดิน โปรยกลีบดอกดาวเรืองที่ด้านหน้าโต๊ะ เชิญเทพยดาเข้าบ้าน และเชิญทุกคนเข้าบ้าน

ขั้นตอนที่ 2 ไหว้ตี่จู่เอี๊ยะ

ผู้นำพิธี จุดเทียนสีแดง 1 คู่ จุดธูป 5 ดอก ที่กระถางธูปไหว้ตี่จู่เอี๊ยะ

 

เมื่อปักธูปดอกที่ 1 กล่าวขอให้ทุกคนในครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข

ปักธูปดอกที่ 2 ขอให้ทุกคนในครอบครัวมีโชคลาภ

ธูปดอกที่ 3 ขอให้ทุกคนในครอบครัว ไม่มีเรื่องทะเลาะวิวาท

ปักธูปดอกที่ 4 ขอให้ทุกคนในครอบครัว มีผู้อุปถัมภ์ ทั้ง 4 ทิศ

ปักธูปดอกที่ 5 ขอให้ทุกคนในครอบครัว คิดสิ่งใดสมความปรารถนา

 

หลังจากนั้น เจ้าบ้านเชิญทุกคนในบ้านมาจุดธูปคนละ 5 ดอก กล่าวชื่อนามสกุล อายุ แนะนำตัวกับเทพเจ้าตี่จู่เอี๊ยะ หากเป็นการจัดตั้งในบริษัท ก็ให้บอกกล่าวตำแหน่ง หน้าที่ในองค์กร พอครบทุกคนแล้ว เจ้าบ้านกล่าวอัญเชิญตี่จู่เอี๊ยะมารับเครื่องสักการะบูชา

เมื่อรอจนธูปหมดดอก ทำพิธีลาของเซ่นไหว้ตี่จู่เอี๊ยะ ดึงกระดาษทองที่วางของเซ่นไหว้ออกมารวมกันไว้ในถาด แล้วยกถาดขึ้นเหนือศีรษะ อธิษฐานขอพร และส่งต่อให้คนอื่นๆ จนถึงคนสุดท้าย แล้วนำกระดาษทองไปเผา เหมือนเผากระดาษเหลือแต่เถ้าถ่าน เทเหล้าจีนในขี้เถ้า 3 ครั้ง แล้วกล่าวขอพรทีละข้อต่อการเทเหล้า 1 ครั้ง

อาหารที่นำมาถวาย ควรวางไว้อย่างน้อย 6 ชั่วโมง จึงนำมารับประทานต่อได้ ถือว่าเป็นอาหารมงคล หรือนำไปแบ่งไว้นอกบ้านบริเวณทางสามแพร่งให้ดวงวิญญาณเร่ร่อน ด้วยการปักธูป 1 ดอก กล่าวนะโม 3 จบ และกล่าวบทอุทิศแก่ดวงวิญญาณเร่ร่อนที่หิวโหย 7 รอบ “อิติเวสสุวัณโณ สัพพะภูโตสุขัง ใครที่หิวโหย เชิญมากินอาหารเหล่านี้ได้เลย


ขอบคุณข้อมูลจาก

www.ddproperty.com  

www.thairath.co.th

th.wikipedia.org

.

อ่านบทความเพิ่มเติม คลิก